สำนักตักศิลาเขาอ้อ พัทลุง

0
25

พูดถึงสำนักเขาอ้อพัทลุง สำหรับคนที่มีความเชื่อเรื่องไสยเวทวิทยาคม คงไม่มีใครไม่รู้จัก แต่จะรู้จักแค่ไหนเพียงไร คะเนได้ว่า รู้จักแต่เพียงเขาอ้อเป็นวัดที่มีเกจิอาจารย์ผู้เข้มขลังวิชา สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และเป็นสถานที่ปลุกเสกวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังได้วิเศษยิ่งเท่านั้น อันที่จริงเขาอ้อเป็นมากกว่าที่เห็น มีมากกว่าที่เป็น และหากจะพูดกันด้วยเรื่องของเขาอ้อให้ครบถ้อยกระทงความคงต้องใช้เวลามากอยู่พอสมควร

วัดเขาอ้อ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง สภาพปัจจุบันเป็นวัดเล็ก ๆแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมเชิงเขา แวดล้อมด้วยท้องนา อู่ข้าวอู่น้ำของจังหวัดพัทลุง มีหลักฐาน ตำนานบอกเล่า และเรื่องราวปรัมปราหลายอย่างที่เชื่อถือได้ว่า เดิมเขาอ้อถูกตั้งเป็นสำนักทิศาปาโมกข์แบบเดียวกันกับในประเทศอินเดีย คาดว่ามีการก่อตั้งมาก่อนปี พ.ศ. 800 ผู้ก่อตั้งเป็นพวกพรหมณาจารย์หรือพราหมณ์ชั้นสูงที่เดินทางมาจากประเทศอินเดียในยุคแรก ๆ ช่วงที่ศาสนาพราหมณ์เริ่มเคลื่อนย้ายออกจากประเทศอินเดียเพื่อจะขยายฐานศรัทธาของศาสนาพราหมณ์สู่โลกภายนอก ก่อนที่ศาสนาพุทธจะตามออกมาทีหลังและตั้งมั่นในเมืองนครศรีธรรมราชราวปี พ.ศ. 800 ซึ่งแสดงว่าสำนักเขาอ้อมีมาก่อนแล้วและอาจมีมานานตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชปกครองมหาชนบททั้ง 16 แคว้นในชมพูทวีปซึ่งเป็นยุคทองของพระพุทธศาสนา ที่ทำให้ศาสนาพราหมณ์และลัทธิอื่น ๆ ถูกสั่นคลอนด้วยพลังศรัทธาของประชาชนที่มุ่งต่อศาสนาพุทธ ทำให้พราหมณาจารย์ทั้งหลายต้องเปิดเส้นทางเผยแผ่ศาสนาพราหมณ์ออกไปนอกประเทศอินเดีย อันรวมไปถึงดินแดนแถบอุษาคเนย์นี้ด้วย โดยมีการตั้งสำนักในลักษณะเดียวกันหลายแห่ง ล้อหรือย่อแบบมาจากเมืองตักสิลาแห่งแคว้นคันธาระ

มีผู้รู้หลายท่านมีความเห็นลักษณะเดียวกันว่า สำนักเขาอ้อเป็นสำนักทิศาปาโมกข์ คือเป็นที่บำเพ็ญพรตของพราหมณ์ผู้ทรงวิทยาคุณ ทำหน้าที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ชนชั้นปกครอง หรือวรรณะกษัตริย์ และลูกหลานผู้นำ เพราะพราหมณ์เป็นชนชั้นที่มีภูมิความรู้ดี ทั้งเรื่องของการเมืองการปกครอง การทำศึกสงคราม การสร้างบ้านแปลงเมือง การประกอบอาชีพต่าง ๆ รวมทั้งไสยเวทย์และการแพทย์ ซึ่งในสองสายนี้มีความโดดเด่นในสำนักเขาอ้อ โดยในตำนานบอกว่าจะปรมาจารย์พราหมณ์ผู้เฒ่าสองคน แยกกันสืบทอดไว้คนละสายวิชาไว้เสมอ และแต่ละคนจะมีสานุศิษย์ของตนเป็นจำนวนมาก
การสืบทอดวิชาของสำนักเขาอ้อได้ดำเนินเช่นนั้นมาหลายชั่วอายุคน จนกระทั้งมาถึงพราหมณ์รุ่นสุดท้ายเกิดปัญหาว่าไม่มีผู้รับสืบทอดต่ออีกแล้ว ประกอบกับเล็งเห็นว่าเมื่อสิ้นท่านแล้ว สถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์พราหมณ์ผู้บรรลุพระเวทหลายคนได้ละสังขารไว้ที่นี่ สถานที่แห่งนี้จึงมีความสำคัญไม่ควรปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า ตรึกแล้วพราหมณ์ผู้เฒ่าทั้งสองท่าน จึงได้เสาะหาผู้ที่จะมาสืบทอดและรักษาสถานที่สำคัญนั้นไว้ โดยขณะนั้นอิทธิพลทางพุทธศาสนาได้แผ่เข้ารายล้อมเขตเมืองพัทลุงแล้ว บริเวณข้าง ๆ เขาอ้อมีวัดอยู่หลายวัด พราหมณ์ผู้เฒ่าทั้งสองเล็งเห็นว่าต่อไปภายหน้าพุทธศาสนาจะยั่งยืนและแผ่อิทธิพลในดินแดนแถบนี้การที่จะฝากอะไรไว้กับผู้ที่ยั่งยืนและมีอิทธิพลน่าจะเป็นการดี ท่านจึงตัดสินใจไปนิมนต์พระภิกษุรูปหนึ่งให้มาอยู่ในถ้ำแทนท่าน แล้วมอบคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของบูรพาจารย์พราหมณ์ให้ พร้อมทั้งถ่ายทอดวิชาทางไสยเวทย์และวิชาแพทย์โบราณไว้ให้ด้วย

พระภิกษุรูแรกที่พราหมณ์ผู้เฒ่าไปนิมนต์มา ทราบแต่เพียงว่ามาจากวัดน้ำเลี้ยว ชื่อทอง ส่วนจะทองอะไรนั้นยังไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด เพราะวัดแห่งนี้มีเจ้าอาวาสที่ชื่อทองติดต่อกันมาหลายสิบรูป ซึ่งในอดีตแต่ละรูปจะได้รับการถ่ายทอดวิชาตามคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของบูรพาจารย์พราหมณ์สืบต่อกันมา ทำให้เป็นผู้ทรงคุณวิเศษในด้านไสยเวทวิทยาคมเป็นที่ประจักษ์มาทุกยุคทุกสมัย

ด้วยเหตุผลดังกล่าว วัดเขาอ้อจึงมีชื่อเสียงในทางไสยเวทและการแพทย์แผนโบราณ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับว่านภายหลังจึงมีพิธีแช่ว่าน พิธีกรรมทางไสยเวทหลายอย่างขึ้นที่นั่นจนลือเลื่องไปทั่ว โดยเจ้าอาวาสลำดับต้น ๆ ตั้งแต่ได้รับถ่ายทอดวิชามาจากพราหมณาจารย์รุ่นแรก ๆ มิอาจสืบค้นได้ แต่ในช่วงหลังราวสมัยอยุธยาตอนกลาง ที่พอจะลำดับความได้คือ

๑.พระอาจารย์ทอง ๒.พระอาจารย์สมเด็จเจ้าจอมทอง สันนิฐานว่าเป็นเพื่อร่วมสมัยกับสมเด็จเจ้าพะโค๊ะ(หลวงปู่ทวดวัดช้างไห้) ๓.พระอาจารย์พรหมทอง ๔.พระอาจารย์ไชยทอง ๕.พระอาจารย์ทองจันทร์ ๖.พระอาจารย์ทองในถ้ำ ๗.พระอาจารย์ทองหน้าถ้ำ ๘.พระอาจารย์ทอง (หูยาน) ๙.พระครูสังฆวิจารณ์ฉัตทันต์บรรพต (พระอาจารย์ทองเฒ่า) ๑๐.พระอาจารย์พระครูปาน ปาลธัมโม ๑๑.พระครูอดุลธรรมกิต อัคคธัมโม (พระอาจารย์กลั่น) ๑๒.พระอาจารย์ห้อง ธัมวโร พ.ศ.๒๕๕๐ – ปัจจุบัน

ส่วนศิษย์ฆราวาสที่มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว เช่น ขุนพันธรักษ์ราชเดช อาจารย์ชุม ไชยคีรี เป็นต้น ปัจจุบันมีอาจารย์ประจวบ คงเหลือ และอาจารย์เปลี่ยน หัตทยานนท์ เป็นศิษย์ฆราวาสที่ยังคงสืบทอดพิธีกรรมโบราณต่าง ๆ เพื่อรักษาไว้ซึ่งจิตวิญญาณของบรรพชนพราหมณ์ผู้ล่วงลับอย่างเข้มขลัง กิจกรรมต่าง ๆ ที่ยังคงดำเนินอยู่ เช่น การแช่ว่านยา การหุงเหนียวกินมันเพื่อการอยู่ยงคงกระพัน (พิธีกินข้าวเหนียวดำ) การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ การกำหนดฤกษ์ยามการมงคล การทำพิธีกรรมปลุกเสกเครื่องรางของขลัง และวัตถุมงคล เป็นต้น

นอกจากนี้เมื่อถึงวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 3 ของทุกปี บรรดาสานุศิษย์ทั้งสายภิกษุและสายฆราวาส จะร่วมกันจัดพิธีไหวครูบูรพาจารย์ขึ้น เพื่อย้อนรำลึกถึงความสำคัญของสำนักเขาอ้อ และเส้นทางพุทธธรรม ตลอดถึงพิธีกรรมสำคัญของชุมชนท้องถิ่นภาคใต้ ซึ่งงานพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ สำนักเขาอ้อ นับเป็นกิจกรรมสำคัญของชาวพัทลุง ที่พี่น้องชาวไทยตลอดจนถึงชาวต่างประเทศที่มีความสนใจด้านไสยเวทย์วิทยาคม มีความเชื่อมั่นศรัทธาในความเข้มขลังด้วยวิชามนตรา คาถา ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ จนเป็นที่กล่าวขานอย่างไม่รู้จบ

สำหรับในปี 2561 ได้มีการกำหนดจัดงานพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์สำนักเขาอ้อขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 มกราคม 2561 โดยใช้ชื่องานว่า “ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ ประจำปี 2561” ซึ่งจะมีพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น การบวงสรวงบูรพาจารย์ พิธีแช่ว่านยา หุงข้าวเหนียวดำ กินข้าวเหนียวดำ พิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีทำบุญทักษิณานุปทานอุทิศแด่บูรพาจารย์ และมหรสพต่าง ๆ เป็นต้น